คุณภาพชีวิตกับการพัฒนาที่ยั่นยืน

คำศัพท์ควรรู้


ปฏิญญา (Declaration) มีความหมาย 3 อย่าง
                1. ความตกลงระหว่างประเทศซึ่งมีลักษณะผูกพัน
                2. ปฏิญญาฝ่ายเดียว ซึ่งก่อสิทธิและหน้าที่ให้แก่ประเทศอื่น  
                3. ปฏิญญาซึ่งรัฐหนึ่งแถลงให้รัฐอื่น ทราบความเห็นและเจตนาของตนในบางเรื่องสนธิสัญญา (Treaty) ความตกลงระหว่างประเทศที่ทำขึ้นเป็นหนังสือระหว่างรัฐต่าง ๆ หรือระหว่างรัฐ กับองค์การระหว่างประเทศ หรือระหว่างองค์การระหว่างประเทศด้วยกัน และอยู่ภายใต้บังคับของ กฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะทำขึ้นเป็นฉบับเดียวหรือสองฉบับหรือหลายฉบับผนวกเข้าด้วยกัน ครอบคลุมถึงความ ตกลงระหว่างประเทศทุกรูปแบบ เช่น สนธิสัญญา อนุสัญญา ความตกลง ข้อตกลง หนังสือ แลกเปลี่ยน พิธีสาร กรรมสารทั่วไป กรรมสารสุดท้าย เป็นต้น โดยมีความมุ่งหมายเพื่อให้เกิดผล ผูกพันทางกฎหมายระหว่างกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ อนุสัญญา (Convention) หนังสือสัญญาทำกันระหว่างหลายประเทศที่มาประชุมกันและจัดวางบทบัญญัติ เป็นกฎเกณฑ์ของกฎหมายขึ้น
การให้สัตยาบัน (Ratification) เป็นการแสดงความยินยอมที่จะผูกพันทางสนธิสัญญา หลังจากลงนามใน สนธิสัญญาหรืออนุสัญญาแล้ว

1. คุณภาพชีวิต หมายถึง  การมีชีวิตที่มีความสุข

2. หลักการสร้างความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ

-                   ทางเศรษฐศาสตร์

-                   ทางความความหมากหลายชีวภาพ

-                   ทางคุณภาพชีวิต

3. รูปแบบการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

                การเก็บกัก (storage) เป็นการควบคุมการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมตามกาลเวลา

                การเก็บกักทางอนุรักษ์ หมายถึง การเก็บทรัพยากรเอาไว้ใช้ในอนาคต และหรือ เพื่อเอาไว้ใช้ในการสร้างกิจกรรมอื่นให้เกิดประสิทธิภาพ

                การรักษา (repair) ในส่วนของทรัพยากรที่มีการทำลายโดยมนุษย์ หรือโดยธรรมชาติ อาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้ มีความจำเป็นต้องรักษา ซ่อมแซมให้เป็นปกติได้แก่ การเพิ่มโครงสร้างให้ครบในส่วนที่ขาดหายไป  การใช้เทคโนโลยีบำบัด (เช่น เครื่องเติมอากาศในบ่อบำบัดน้ำเสีย) ปลูกป่าในพื้นที่ต้นไม้ที่ตายไปเป็นต้น อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษา  ซ่อมแซม นอกจากจะต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมแล้วยังต้องมีบุคลากรที่มีความรู้และความชำนาญด้วย

                การฟื้นฟู (rehabilitation) แหล่งเสื่อมโทรม หรือสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม ให้ฟื้นคืนสภาพปกติ จำเป็นต้องใช้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพยากร สิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมนั้นๆ อาจใช้เพียงธรรมชาติให้ช่วยฟื้นฟู เช่น ที่โล่งหรือไร่เลื่อนลอย โดยป้องกันไฟป่าอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถทำให้ป่าฟื้นคืนสภาพได้ หรือน้ำเสียสามารถปล่อยให้ไหลสัมผัสกับอากาศน้ำเสียอาจเป็นน้ำดีได้ บางกรณีไม่สามารถใช้

                การสงวน (preservation) หมายถึง การเก็บไว้มิให้ใช้ เนื่องจากเป็นทรัพยากรที่กำลังจะหมดไปหรือสูญสิ้นไป ซึ่งการสงวนนี้โดยทั่วไปไม่ค่อยกำหนดเวลาของการสงวน ทำให้เป็นทรัพยากรต้องห้ามไม่สามารถจะแตะต้องได้ อาจสัมผัสได้เพียงเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น หรือสัมผัสได้แต่จะเปลี่ยนรูปแบบไม่ได้เลย   ตามหลักวิชาการแล้วการสงวนควรอย่างยิ่งที่ต้องกำหนดเวลาระยะเวลาเป็นช่วงๆ เช่น พอทรัพยากรตั้งตัว ฟื้นคืนสภาพแล้ว สามารถให้นำทรัพยากรนั้นๆ มาใช้ประโยชน์

                การสงวนนั้นอาจดำเนินการเป็นชนิดของทรัพยากรสิ่งแวดล้อมหรือดำเนินการเป็นพื้นที่ๆไป การสงวนทรัพยากรใดๆ ก็ตาม ต้องมีมาตรการและโทษสำหรับผู้ละเมิดกฎหมายนั้นๆ กำกับด้วย  มิฉะนั้นแล้วการสงวนทรัพยากรนั้นๆ คงสัมฤทธิ์ผลได้ยาก     และสิ่งที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษคือ การสงวนนั้นมิใช่เฉพาะสิ่งนั้นขาดแคลนหรือมีน้อยเท่านั้น

                การแบ่งเขต (zoning) เป็นวิธีอนุรักษ์ขั้นสุดท้าย ถ้าไม่สามารถใช้วิธีอื่นใดแล้วเนื่องด้วยปัญหาการไม่มีวินัยทางสังคม หรือกฎหมายไม่รัดกุม หรืออาจใช้เป็นกลยุทธ์ในการอนุรักษ์พื้นที่นั้นๆ การแบ่งเขตจึงเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะสร้างความมั่นใจว่า ระบบสิ่งแวดล้อมนั้นๆ มีบทบาท หน้าที่ปกติได้ ดังนั้นการแบ่งเขตพื้นที่เพื่อต้องการแบ่งปัญหาการใช้ประโยชน์ให้เอื้อต่อการอนุรักษ์ อาจใช้ทำการเกษตร ปลูกป่า ป่าธรรมชาติ หรือที่อยู่อาศัย

                วิธีการแบ่งเขตพื้นที่อาจใช้ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะอากาศ คุณสมบัติความอุดมสมบูรณ์ของดิน

                ประเทศไทยได้แบ่งโดยการกำหนดชั้นคุณภาพลุ่มน้ำของประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 5 เขต ได้แก่        1. เขตต้นน้ำ (ป่าอนุรักษ์)                        2. เขตป่าไม้                   3. เขตป่าเศรษฐกิจ

               4. เขตป่าไม้รวมกับไม้ผล เขตพืชไร่          5. เขตที่นา

                นอกจากนี้ยังแบ่งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตวนอุทยาน เขตห้ามล่า เขตป่าสงวน

การพัฒนาที่ยั่งยืน

ที่มาของการพัฒนาที่ยั่งยืน

การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable development) ยังใช้คำ Sustainable society, Sustainable economy, Sustainable tourism เป็นต้น

                                ในปี พ.ศ. 2515 ได้มีการประชุมของสหประชาชาติที่ว่า “การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสภาพแวดล้อมของมนุษย์” (United Nations Conference on the Human Environment) ที่กรุงสต็อคโฮล์ม ประเทศสวีเดน และถือว่านี่คือการเริ่มยุคสภาพแวดล้อมนานาชาติ

                ปี 2535 ก็ได้มีการประชุมสุดยอดในเรื่องของโลก (Earth Summit) ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร (Rio Janeiro) ประเทศบราซิล เป็นการประชุมครั้งที่ 2 เรียกว่า การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (UN Conference on Environment and development)ได้ลงนามในสนธิสัญญา 2 ฉบับว่าด้วยการป้องกันแก้ไขปัญหาอุณหภูมิผิวโลกสูงขึ้น (global warning) และว่าด้วยการอนุรักษ์สภาพหลากหลายทางชีวภาพของโลก (biological diversity) และยังได้มีมติเห็นชอบออกประกาศหลักการแห่งสิ่งแวดล้อมและร่างแผนปฏิบัติการสำหรับทศวรรษ 1991-1999 และศตวรรษที่ 21 เพื่อดำเนินการให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable development ที่เรียกว่า Agenda 21

                ความหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

                คณะกรรมการโลกว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (World Commission on Environment and Development) ได้ให้คำว่า “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ดังนี้

                “Sustainable development is development that meets the needs of the present without compromising the ability of future generations to meet their own needs”

                การพัฒนาที่ยั่งยืน คือ การพัฒนาที่สนองความต้องการปัจจุบัน โดยไม่ทำให้ประชาชนรุ่นต่อไปในอนาคตต้องประนีประนอมยอมลดความสามารถของเขาในการที่จะสนองความต้องการของเขาเอง

                การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) คือ การพัฒนาที่สามารถดำเนินไปได้อย่างมั่นคง ราบรื่น โดยไม่เกิดสภาพที่ไม่พึงปรารถนาอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการพัฒนา

                การพัฒนาที่ยั่งยืนนี้มีลักษณะเป็นการพัฒนาที่เป็นบูรณาการ คือ ทำให้เป็นองค์รวม (holistic) หมายความว่า องค์ประกอบทั้งหลายที่เกี่ยวข้องจะต้องมาประสานกันครบองค์ และมีลักษณะอีกอย่างหนึ่ง คือ มีดุลยภาพ (balanced)

วิธีการใช้ทรัพยากรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน

                การใช้แบบยั่งยืน (Sustainable utilization) หมายถึง การใช้ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้ผลิตผลมากมีของเสียและมลภาวะเกิดขึ้นน้อย    ก่อให้เกิดการฟื้นตัวของทรัพยากรธรรมชาติและ

สิ่งแวดล้อมจนมีศักยภาพในการให้ผลผลิตแบบยั่งยืนอย่างต่อเนื่องตลอดไป

เทคโนโลยีที่เหมาะสม หมายถึงต้องเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพที่สุด โดยที่เมื่อนำเทคโนโลยีไปใช้แล้วต้องเกิดของเสียและมลภาวะน้อยที่สุดหรือไม่เกิดเลย     ตามหลักการแล้ว  เมื่อเกิดของเสียและมลพิษสิ่งแวดล้อมขึ้นมา ต้องเสาะหาเทคโนโลยีการบำบัด การกำจัด หรือเทคโนโลยีการคืนฟื้นสภาพ ตลอดจนต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีนำของเสียมาใช้ประโยชน์

                การพัฒนาปรับปรุงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรม

1.  การควบคุมการเพิ่มประชากร

2.  การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม

3.  การป้องกันกำจัดสารพิษ

4.  การวางแผนการใช้ที่ดินและน้ำ

5.  การประหยัดการใช้ทรัพยากร

6.  การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม

7.  ค่านิยมและวัฒนธรรมที่เหมาะสม

8.  การควบคุมอาวุธสงคราม

9.  การให้การศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ สังคมระบบนิเวศน์ วัฒนธรรม เทคโนโลยี หรือวิชาการด้านอื่นๆ หรือรีไซเคิล มีผลทำให้ของเสียและมลพิษสิ่งแวดล้อมลดน้อยลงหรือแปรสภาพเป็นทรัพยากรที่มีกำลังผลิต|
 การประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ครั้งที่ 11
                วันที่ 28 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2546 นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา
ผลการประชุมได้ตอกย้ำประชาคมโลกอีกครั้งให้ร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อการอนุวัต   JOPI ที่ประชุมได้ให้การรับรองข้อมติการกำหนดแผนการดำเนินงานของ CSD (Multi – Year Program of Work of the CSD) ให้ครอบคลุม 6 หัวข้อหลัก (Thematic Cluster) ระยะเวลา 14 ปี (2547-2560)  โดยกำหนดแผนการดำเนินงานของ CSD แต่ละรอบให้มีสาระครอบคลุมกลุ่มหัวข้อหลัก (Thematic Cluster) ดังนี้
               
รอบที่ 1 (พ.ศ. 2547 – 2548) เรื่อง น้ำ สุขอนามัย และการตั้งถิ่นฐานมนุษย์
               
รอบที่ 2 (พ.ศ. 2549 – 2550) เรื่อง พลังงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การพัฒนาอุตสาหกรรม มลพิษ ทางอากาศ/บรรยากาศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
               
รอบที่ 3 (พ.ศ. 2551 – 2552) เรื่อง การเกษตรกรรม การพัฒนาชนบท ที่ดิน การขาดแคลนน้ำและ ความแห้งแล้ง

               
รอบที่ 4 (พ.ศ. 2553 – 2554) เรื่อง การคมนาคม เคมี การจัดการของเสีย เหมืองแร่ และกรอบ 10 ปี สำหรับการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
               
รอบที่ 5 (พ.ศ. 2555 – 2556) เรื่อง ป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ การ ท่องเที่ยว และภูเขา/ที่สูง
               
รอบที่ 6 (พ.ศ. 2557 – 2558) เรื่อง มหาสมุทรและทะเล ทรัพยากรทางทะเล และการจัดการเตือนภัยทางธรรมชาติ
               
รอบที่ 7 (พ.ศ. 2559 – 2560) เรื่อง การประเมินโดยรวมตามการอนุวัตแผนปฏิบัติการ 21 และ JPOI และ The Program for Further Implementation of Agenda 21
                                ประเทศไทยกับการดำเนินการตามพันธกรณีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ประเทศไทยได้ดำเนินการใน 2 ระดับ คือ
         1. ความร่วมมือกับเวทีโลก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แทนของรัฐบาลไทยเข้าเป็นสมาชิกของคณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ CSD
          2.ตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (National Council for Sustainable Development) โดยมี นายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นเลขานุการ เพื่อกำกับดูแลการอนุวัตตามผลการประชุมสุดยอดโลกว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน และจัดทำกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (National Sustainable Development Strategies)โดยใช้แผนการดำเนินงานโจฮันเนสเบอร์กมาเป็นกรอบในการจัดทำกลยุทธ์ของประเทศไทย
ประเทศไทยได้ประโยชน์อะไรในการเข้าร่วมพันธกรณีนี้

ประเทศไทยได้เรียนรู้ เทคนิควิชาการ องค์ความรู้ใหม่ ๆ ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และเป็นจุดเริ่มต้นให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมได้มีการประสานร่วมมือหารือกันเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม และมีฐานะในการเจรจาเกือบเท่าเทียมในการเจรจาในเวทีการค้า  และยังเป็นการเตรียมการในเชิงรุกเพื่อสนับสนุนการผลิตของประเทศให้มีความสอดคล้องกับการต้องการของตลาดโลก     ได้รับสิทธิประโยชน์จากความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น UNEP หรือ World Bank ที่มีภาระผูกพันที่จะต้องให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการแก่ประเทศที่กำลังพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมในการอนุวัติตามอนุสัญญา หรือข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ
               

การจัดทำกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย

 สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ว่าจ้างสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจัดทำร่างกรอบแผนยุทธศาสตร์ในแต่ละหัวข้อหลัก โดยคณะผู้ศึกษาได้ทบทวนการดำเนินงานของประเทศไทย พร้อมทั้งวิเคราะห์ความพร้อมของประเทศไทยในการอนุวัตตาม JPOI ตลอดจนสภาพปัญหาอุปสรรค จากนั้นนำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ โดยระบุวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแนวทางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

โครงการพัฒนาที่ยั่งยืนตามพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและการพัฒนาที่ยั่งยืนตามอนุสัญญา

                เศรษฐกิจพอเพียง (sufficiency Economy) ซึ่งเป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นรูปแบบของ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development) ได้เป็นอย่างดี
 “เศรษฐกิจพอเพียง” มีหลักการสำคัญ 5 ประการ คือ

                 (1) หลักความพอประมาณ

                 (2) หลักความมีเหตุผล

                 (3)  หลักการมีภูมิคุ้มกันที่ดี

                 (4)  หลักการใช้ความรู้

                 (5)หลักการมีคุณธรรม
สรุปเป็นสาระสำคัญว่า “เศรษฐกิจพอเพียง คือ เศรษฐกิจรู้จักพอ ที่มุ่งให้เกิดความเพียงพอ อย่างพอประมาณและพอดี”
               

 วนเกษตรคืออะไร

                วนเกษตรหมายถึง การใช้ดินทำประโยชน์ให้เกิดสภาพป่า หรือการจัดระบบนิเวศ คือ การสร้างสมดุลให้กับธรรมชาติ

วนเกษตรเป็นการปลูกพืชหลายๆชนิดในพื้นที่เดียวกันแบบผสมผสานซึ่งพืชแต่ละชนิดจะเกื้อกูลกันเหมือนต้นไม้ในป่าธรรมชาติ เมื่อพืชเริ่มโตขึ้น แมลงบางชนิดก็มาอาศัย มีสัตว์ มีนกมาเก็บลูกไม้ มากินแมลงที่เกิดตามธรรมชาติ เป็นการสร้างความสมดุลทางระบบนิเวศ

ทางเลือกปฏิบัติในระบบวนเกษตร

     1.ในพื้นที่โล่งเตียนหรือที่รกร้างว่างเปล่า ให้ปลูกไม้ยืนต้นหรือไม้ผลเป็นไม้หลักไว้ก่อน แล้วจึงปลูกไม้พุ่มเตี้ยหรือพืชล้มลุกแทรก หรือปลูกพืชล้มลุกไว้ก่อน แล้วจึงปลูกไม้ยืนต้นเสริมตามช่องว่างและขอบแปลง เพื่อช่วงบังลม รักษาความชุ่มชื้น ยึดดินและดูดยึดปุ๋ย

     2.ในพื้นที่ปลูกพืชไร่ ให้ผลผลิตต่ำให้วางแผนปลูกไม้ผลในปีแรก

     3.ในพื้นที่ทำการเกษตรอยู่แล้วให้สำรวจไม้ยืนต้นและไม้ผลที่มีอยู่เดิมหากมีขึ้นอยู่หนาแน่น  หรือชิดกันเกิดไป ให้เอาชนิดที่ไม่เหมาะสมออก

    4. วนเกษตรในพื้นที่ราบ ควรเริ่มด้วยการสร้างแหล่งน้ำและแหล่งสะสมความชุ่มชื้น ให้ปุ๋ย

    5. วนเกษตรในที่ลาดชัน ปลูกไม้ยืนต้นยึดดิน รักษาความชุ่มชื้นในดินและดูดยึดปุ๋ยในดิน

        สิ่งแวดล้อมกับการพัฒนา

นโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2540-2559

วัตถุประสงค์ เป็นนโยบายระยะยาว  20  ปีในการจัดการการคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีวิสัยทัศน์ที่ก่อให้เกิดผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยให้มีการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจบนพื้นฐานการอนุรักษ์และความเป็นธรรมในสังคม  สร้างระบบในการบริหารและการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพในลักษณะองค์รวมโดยการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่นเพื่อให้ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชนองค์กรเอกชนและปวงชนผนึกกำลังและมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดนโยบาย  วางแผน  และติดตามตรวจสอบ  จูงใจให้ประชาชนมีจิตสำนึกและร่วมดำเนินการป้องกัน  แก้ไข  และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม

เป้าหมาย

1.   รักษาสถานภาพของทรัพยากรธรรมชาติไม่ให้เสื่อมโทรมไปกว่าในปัจจุบันและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรม เพื่อเป็นปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

2.   ควบคุม  ป้องกันและขจัดปัญหาภาวะมลพิษโดยให้คุณภาพน้ำ  คุณภาพอากาศและคุณภาพเสียงในแหล่งต่าง ๆ อยู่ในระดับมาตรฐานที่เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายต่อสุขอนามัยของประชาชน  เทศบาล  และสุขาภิบาลทั่วประเทศ  มีระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียรวม        มีระบบ    กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูลที่ถูกสุขลักษณะ  และมีระบบการจัดการของเสียอันตรายและสารอันตรายที่มีประสิทธิภาพ

3.  อนุรักษ์  คุ้มครองและฟื้นฟูแหล่งธรรมชาติและแหล่งศิลปกรรม  เพื่อเป็นมาดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของประเทศ

 4.  มีการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชนและให้มีพื้นที่สีเขียวในชุมชนทุกระดับเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนที่เหมาะสม  สอดคล้องกับศักยภาพของระบบนิเวศธรรมชาติ  ระบบเศรษฐกิจ  สังคม  มรดกทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยี

5.  ให้มีชุมชนทุกระดับและประชาชนมีจิตสำนึกและจิตวิญญาณในเรื่องสิ่งแวดล้อมรวมทั้งมีความพร้อมในการมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับที่เหมาะสม

6.  มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาภาวะมลพิษและอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากร  ธรรมชาติ

นโยบายหลัก  ประกอบด้วย  6  ประการ

               1.นโยบายทรัพยากรธรรมชาติ

1.   เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ  ประสานการใช้ประโยชน์และลดปัญหาความขัดแย้งรวมทั้งเร่งรัดและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรมให้เป็นปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน

2.  เพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ  โดยกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการจากส่วนกลางไปสู่ภูมิภาคอย่างเป็นระบบ  รวมทั้งเสริมสร้างพลังความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน  ภาครัฐ  และประชาชน

3.  สนับสนุนการใช้หลักการทางเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและความเป็นธรรมในสังคม

4.  ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเพื่อสนับสนุนการบริหารและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

5.  สนับสนุนการศึกษาวิจัยและเสริมสร้างโครงข่ายพื้นฐานระบบข้อมูลทรัพยากร ธรรมชาติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

6.  ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกและจิตวิญญาณด้านการอนุรักษ์ให้แก่ผู้บริหารในหน่วยงานของรัฐ  นักการเมืองทุกระดับ ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป  เพื่อให้เกิดการประสานแนวคิดทางด้านการพัฒนาและการอนุรักษ์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

              2.  นโยบายป้องกันและขจัดมลพิษ

1.  ลดและควบคุมปัญหามลพิษอันเนื่องมาจากชุมชน  เกษตรกรรม  อุตสาหกรรม  คมนาคมและกิจกรรมก่อสร้างเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนและฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกิดสมดุลของระบบนิเวศและเป็นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน

2.  สนับสนุนให้มีการจัดการของเสียและสารอันตรายอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งจัดให้มีระบบและแก้ไขกรณีฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติภัยขนาดใหญ่

3.  พัฒนาระบบบริหารและการจัดการมลพิษให้เกิดเอกภาพในการกำหนดนโยบายแผนและแนวทางปฏิบัติ  กฎหมายและองค์ประกรเงินทุนต้องมีความสอดคล้องและสนับสนุนให้การดำเนินการบริหารและจัดการมลพิษมีประสิทธิภาพโดยให้ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ  รวมทั้งการให้เอกชนมีส่วนร่วมในการประสานความร่วมมือในการจัดการมลพิษโดยภาครัฐ  ภาคเอกชน  และประชาชน

              3.   นโยบายแหล่งธรรมชาติและแหล่งศิลปกรรม  ป้องกัน  สงวนรักษา  อนุรักษ์  และฟื้นฟู แหล่งธรรมชาติและศิลปกรรมให้มีศักยภาพที่เหมาะสม  และเป็นมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของประเทศ

              4.  นโยบายสิ่งแวดล้อมและชุมชน  ให้มีการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชนและพื้นที่สีเขียว  เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยให้มีวิถีชีวิตที่เหมาะสมถูกสุขลักษณะ มีความปลอดภัยและความสวยงาม  สอดคล้องกับระบบนิเวศทางธรรมชาติ  เศรษฐกิจ และสังคม  วัฒนธรรมและเทคโนโลยี

            5.  นโยบายศึกษาและประชาสัมพันธ์เพื่อสิ่งแวดล้อม  เสริมสร้างสมรรถนะของชุมชนในทุกระดับให้มีความเข้มแข็ง  และเกิดขบวนการความร่วมมือในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

           6.  นโยบายเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม  พัฒนาและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s